วาฬหลังค่อม (Megaptera novaeangliae) วาฬเบลนวิลล์ (Mesoplodon densirostris) และโลมาริสโซ (Grampus griseus) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เนื่องจากสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิด มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามธรรมชาติจากการทำประมงและการล่าเพื่อนำไปจัดแสดงในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ได้ อีกทั้ง จากข้อมูลสถานการณ์ในปัจจุบันสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว มีการอพยพในระยะทางไกลทั่วทั้งภูมิภาค ทำให้พบเห็นในธรรมชาติได้ไม่บ่อยนัก และมักพบเห็นในลักษณะการเกยตื้นในประเทศไทยเป็นครั้งคราว ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora : CITES) ที่กำหนดให้วาฬหลังค่อม เป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 1 ส่วนปลาวาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ เป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 2 จึงมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีมาตรการในการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลของความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่มีการจับวาฬและโลมาเหล่านี้ในน่านน้ำไทย เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการค้า แต่การยกระดับความสำคัญของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโดยการกำหนดมาตรการคุ้มครอง และการป้องกันการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อประชากรในธรรมชาติ ถือเป็นก้าวสำคัญอันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน และช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมประมงจึงขอความร่วมมือให้ผู้ที่ครอบครองสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ ทั้งรูปแบบมีชีวิต ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า อาทิ การสตัฟฟ์ แกะสลัก ตัด หั่น ฟอก เจาะ บด เผา สกัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหรือส่วนผสมของซากสัตว์ป่า เข้ามาแจ้งขออนุญาตครอบครอง พร้อมเอกสารประกอบการแจ้งครอบครอง ดังนี้
1. บัตรประชาชนฉบับจริง
2. แบบแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครองหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (สป.ม. 11-1) พร้อมแสดงหรือแนบเอกสารประกอบการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง
3. บันทึกชี้แจงรายละเอียดการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ครอบครองฯ (สป.ม. 11-2)
4. ภาพถ่ายสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง
สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นแบบแจ้งการครอบครองฯ สามารถยื่นแบบได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 และหากพ้นระยะเวลาที่กำหนด ผู้ใดไม่ดำเนินการแจ้งการมีไว้ครอบครองกับพนักงานเจ้าหน้าที่ จะมีความผิดฐานครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ




