ประเพณีสงกรานต์และตำนานนางสงกรานต์นั้น ถือเป็น “วัฒนธรรมร่วม” ของหลายชาติในภูมิภาคอุษาคเนย์ที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียโบราณ การอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวจึงไม่สอดคล้องกับหลักฐานทางมานุษยวิทยา

ซึ่งข้อเท็จจริงเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญของกัมพูชาคือ ภาวะ “สุญญากาศทางวัฒนธรรม” ในช่วงปี พ.ศ. 2518 – 2522 (ยุคเขมรแดง) ที่ทำให้การสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ หยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งในระดับสถาบันโหรหลวงและระดับมหาชน การสูญหายของบุคลากรผู้สืบทอดตำราและพิธีกรรม ส่งผลให้กัมพูชาขาดความต่อเนื่องเชิงประจักษ์ ในการจัดงานมหาสงกรานต์อย่างเป็นระบบในช่วงเวลาดังกล่าว
ขณะที่ประเทศไทยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยืนยันความต่อเนื่องของประเพณีนี้มาอย่างยาวนาน ผ่านประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมาตรฐานงานศิลป์ที่สืบทอดโดยไม่มีภาวะขาดช่วงทางวัฒนธรรม
สงกรานต์-นางสงกรานต์ คือวัฒนธรรมร่วม ไม่ใช่ของชาติใดชาติเดียว




