ท่ารำสาวน้อยปะแป้งเป็นกระบวนท่ามาตรฐานที่ปรากฏอยู่ในสารบบมวยไทยมาอย่างยาวนาน มีหลักฐานการสืบทอดจากปรมาจารย์มวยไทยสายต่าง ๆ เช่น มวยโคราช มวยลพบุรี และมวยไชยา ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมานับร้อยปี และมีการบันทึกไว้อย่างเป็นระบบในประเทศไทย

การรำไหว้ครูมวยไทยมิได้เป็นเพียงการแสดงท่าทางเพื่อความสวยงาม แต่เป็นพิธีกรรมที่แฝงด้วยความหมายเชิงจิตวิญญาณเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์ สำหรับท่า “สาวน้อยประแป้ง” นั้น ในทางพลศึกษาคือการอบอุ่นร่างกายและฝึกความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อส่วนบนและลำตัว ส่วนในทางยุทธศาสตร์คือการหยอกล้อและข่มขวัญคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะการต่อสู้และวิถีชีวิตพื้นบ้านของไทยที่นิยมการใช้แป้งร่ำจรรโลงผิวพรรณในอดีต
ในเชิงกฎหมายและวิชาการ มวยไทยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศขึ้นทะเบียน “มวยไทย” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งครอบคลุมถึง “พิธีไหว้ครูและทักษะมวยไทย” ทั้งหมด อีกทั้งสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ยังให้การรับรองมวยไทยว่าเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการ




