จำนวนผู้เข้าชม 36,202,536

แนวปฏิบัติบรรเทาผลกระทบให้ผู้ค้าภาครัฐในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตสินค้าและบริการต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ค้าภาครัฐที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่เกิดสถานการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ จึงได้ออกแนวปฏิบัติ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1 กรณียังไม่ลงนามในสัญญา
ได้ผู้ชนะแล้ว (ลำดับที่ 1-3) และหน่วยงานแจ้งให้มาลงนามในสัญญา ตั้งแต่ 28 ก.พ. 69 เป็นต้นไป แต่ผู้ชนะไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฯ ให้ถือว่ามีเหตุผลอันสมควร ไม่เข้าลักษณะเป็นการทิ้งงาน และให้หน่วยงานของรัฐคืนหลักประกันการเสนอราคาแก่ผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย

แนวปฏิบัติบรรเทาผลกระทบให้ผู้ค้าภาครัฐในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง

2 กรณีลงนามในสัญญาแล้ว
– ลงนามก่อน 28 ก.พ. 69 แต่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินงาน หรือ ลงนามก่อนหรือ ตั้งแต่ 28 ก.พ. 69 และเริ่มดำเนินงานแล้วแต่ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้ ให้ถือเป็นเหตุสุดวิสัย สามารถงดหรือลดค่าปรับ หรือขยายระยะเวลาตามสัญญาได้ และยกเว้นให้คู่สัญญาไม่ต้องแจ้งเหตุให้หน่วยงานของรัฐทราบภายใน 15 วัน (แจ้งเมื่อใดก็ได้) ทั้งนี้ หากคู่สัญญาเห็นว่าควรหยุดการดำเนินงานไว้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ให้คู่สัญญาเจรจากตกลงกันได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
– ลงนามในสัญญาตั้งแต่ 28 ก.พ. 69 เป็นต้นไป แต่ยังมิได้เริ่มดำเนินการตามสัญญา ให้หน่วยงานของรัฐสามารถพิจารณาตกลงเลิกสัญญาได้

3 กรณีงานซื้อหรืองานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง
หากหน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องดำเนินการตามสัญญาต่อไป ให้แก้ไขสัญญาได้

ทั้งนี้ ให้คู่สัญญาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฯ ทำหนังสือแจ้งหน่วยงานของรัฐที่เป็นคู่สัญญา เพื่อชี้แจงเหตุผลว่าได้รับผลกระทบอย่างไร พร้อมรายละเอียดข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นเอกสารประกอบในการพิจารณาต่อไป

  หน่วยงานที่ตรวจสอบ

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด