mobile-menu
searchiconmobile
searchheader
จำนวนผู้เข้าชม 13,076,855
ข่าวบิดเบือน
ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ข่าวบิดเบือน งูสวัดหายได้เพียงกินวิตามินดี 3 50,000 IU, วิตามินซี 500 มก.x3, Fasting 18/6, Zinc 200 มก., L-Lysine 600 มก.++, เมลาโทนิน 3 มก. และผักตระกูลกระหล่ำ

ตามที่มีคำแนะนำเกี่ยวกับประเด็นเรื่องงูสวัดหายได้เพียงกินวิตามินดี 3 50,000 IU, วิตามินซี 500 มก.x3, Fasting 18/6, Zinc 200 มก., L-Lysine 600 มก.++, เมลาโทนิน 3 มก. และผักตระกูลกระหล่ำ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน

จากกรณีที่มีผู้ให้ข้อมูลโดยระบุว่างูสวัดหายได้เพียงกินวิตามินดี 3 50,000 IU, วิตามินซี 500 มก.x3, Fasting 18/6, Zinc 200 มก., L-Lysine 600 มก.++, เมลาโทนิน 3 มก. และผักตระกูลกระหล่ำ ทางสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าโรคงูสวัด เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า ไวรัสวาริเซลลา (varicella virus) ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับไวรัสที่ทำให้เกิดโรคสุกใส และเป็นไวรัสที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับไวรัสเริม โดยที่ผู้ป่วยเมื่อเป็นโรคสุกใสแล้ว เมื่อหายจากโรค เชื้อไวรัสจะเข้าไปซ่อนในปมประสาท และจะถูกกระตุ้นเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ หรือภูมิคุ้มกันต่ำลง เช่น ร่างกายอ่อนเพลีย มีความเครียด การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ป่วยที่รับประทานยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้ยาเคมีบำบัด ซึ่งทำให้อาการของโรคกำเริบเกิดเป็นโรคงูสวัดได้ 

อาการแสดงเบื้องต้นคือ ปวดแสบปวดร้อนที่ผิวหนัง ต่อมาจะมีผื่นแดงตามด้วยตุ่มน้ำ ในลักษณะเป็นกลุ่มเรียงตัวตามแนวเส้นประสาท โดยที่ตุ่มน้ำสามารถกลายเป็นตุ่มหนองและแตกเป็นแผล หรือเป็นสะเก็ดตามมาได้ หลังจากอาการทางผิวหนังหายแล้ว อาจมีอาการปวดเรื้อรังในผู้ป่วยบางราย รวมถึงอาจมีแผลเป็นตามหลังได้ ซึ่งการรักษาโรคงูสวัดนั้น มีทั้งการรักษาตามอาการ และการรักษาร่วมกับการใช้ยาต้านไวรัสเพื่อช่วยให้การหายของโรคเร็วขึ้น และให้ยาแก้ปวดปลายเส้นประสาท เพื่อป้องกันและลดความทุกข์ทรมานจากโรคงูสวัด ส่วนวิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ รวมไปถึงการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วยการดูแลสุขภาพ ลดความเครียด และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดโอกาสของการเกิดโรคงูสวัดได้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่าการรับประทานวิตามิน หรืออาหารเสริมชนิดใดแล้วจะสามารถป้องกันและทำให้โรคงูสวัดหายได้ จุดสำคัญจึงควรมุ่งเน้นไปที่การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง การรับประทานอาหารที่สะอาดและมีประโยชน์

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ สามารถติดตามได้ที่ www.dms.go.th หรือโทร 02 5906000

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีรายงานที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่าการรับประทานวิตามิน หรืออาหารเสริมชนิดใดแล้วจะสามารถป้องกันและทำให้โรคงูสวัดหายได้ 

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด