จำนวนผู้เข้าชม 33,748,274
ข่าวบิดเบือน
ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

งานวิจัยเผย น้ำสับปะรด เป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับมะเร็ง

คำกล่าวข้างต้น มีพื้นฐานมาจากงานวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองที่พบว่า โบรมีเลน (bromelain) ในสับปะรด สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ที่ยืนยันว่า การดื่มน้ำสับปะรด มีผลต่อการรักษาหรือป้องกันมะเร็งได้จริง ดังนั้นการระบุว่า “น้ำสับปะรดเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับมะเร็ง” จึงอาจเป็นการสรุปที่เกินหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

โบรมีเลน (bromelain) เป็นเอนไซม์โปรตีเอสซึ่งพบในสับปะรด มีคุณสมบัติในการย่อยโปรตีนบางชนิด จากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการและการศึกษาในสัตว์ทดลองบางรายงาน พบว่า โบรมีเลนอาจช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ เต้านม และปอด ผ่านกลไกการกระตุ้นการตายของเซลล์ (apoptosis) ลดกระบวนการอักเสบ อย่างไรก็ตาม ปริมาณโบรมีเลนที่ใช้ในการทดลองเหล่านี้มักสูงกว่าปริมาณที่ได้รับจากการบริโภคสับปะรดตามปกติอย่างมาก ขณะที่การดื่มน้ำสับปะรดยังต้องผ่านกระบวนการย่อยและการดูดซึม ซึ่งอาจทำให้ปริมาณสารออกฤทธิ์ลดลง จึงไม่อาจสรุปได้ว่า การบริโภคในชีวิตจริงจะให้ผลเช่นเดียวกับที่พบในการทดลอง

น้ำสับปะรด

อีกทั้ง ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุขนาดหรือปริมาณการบริโภคน้ำสับปะรดที่เหมาะสมในการออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งในมนุษย์อย่างชัดเจน ดังนั้น ผลการศึกษาที่ได้จากสภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุม เช่น หลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง ควรถูกตีความอย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่สามารถสะท้อนสภาวะที่ซับซ้อนในร่างกายมนุษย์ได้โดยตรง และที่สำคัญยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ที่ยืนยันว่า โบรมีเลนจากน้ำสับปะรดมีผลต่อการยับยั้งมะเร็งในร่างกายมนุษย์ จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่า น้ำสับปะรดเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับโรคมะเร็งในมนุษย์

ในเชิงโภชนาการสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีและมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวม แต่ไม่ได้มีหลักฐานว่า การบริโภคสับปะรดสามารถป้องกันหรือรักษามะเร็งได้โดยตรง ดังนั้นน้ำสับปะรดควรถูกมองว่า เป็นอาหารเพื่อสุขภาพชนิดหนึ่งมากกว่าจะเป็นวิธีการรักษาหรือแนวทางหลักในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง

อย่าหลงเชื่อข้อมูลสุขภาพผิด ๆ

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด