mobile-menu
search icon mobile
search on header

<p>

จำนวนผู้เข้าชม 20,789,575
</p>

ครม. ขยายเวลาโครงการสินเชื่ออาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบโควิด ออกไปอีก 2 ปี ถึง 24 มี.ค. 68 จริงหรือ?

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องครม. ขยายเวลาโครงการสินเชื่ออาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบโควิด ออกไปอีก 2 ปี ถึง 24 มี.ค. 68 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง

คณะรัฐมนตรีปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โรคโควิด 19) ขยายระยะเวลากู้เพิ่มอีก 2 ปี จากเดิมไม่เกิน 3 ปี เป็นไม่เกิน 5 ปี สิ้นสุดระยะเวลากู้วันที่ 24 มี.ค. 2568 เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามกำหนด มีเวลาในการผ่อนชำระหนี้มากขึ้นและสามารถทยอยชำระหนี้ได้ตามศักยภาพ

โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด 19 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตแก่ประชาชนที่มีอาชีพอิสระ เช่น หาบเร่ แผงลอย ลูกจ้างภาคการเกษตร เป็นต้น ซึ่งมีภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือภาระหนี้ที่ต้องชำระ เช่น สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือจำเป็นต้องใช้จ่ายฉุกเฉิน รวมถึงป้องกันการผิดนัดชำระหนี้หรือพึ่งพาสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงหรือสินเชื่อนอกระบบ โดยวงเงินสินเชื่อรวม 40,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อวงเงิน 20,000 ล้านบาท และ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ให้วงเงินสินเชื่อ 10,000 บาท/ราย และอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.10 /เดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 12 เดือน

ปัจจุบันได้สิ้นสุดระยะเวลาดำเนินโครงการฯ หรือสิ้นสุดการอนุมัติสินเชื่อแล้วตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2564 โดยข้อมูล ณ วันที่ 21 ก.พ. 66 ธ.ออมสิน มียอดอนุมัติสินเชื่อ 1,980,464 ราย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 19,804.64 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้าง 6,669 ล้านบาท ขณะที่ ธ.ก.ส. มียอดอนุมัติสินเชื่อจำนวน 913,548 ราย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 9,086 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้าง 2,349 ล้านบาท

website 1339

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.prd.go.th หรือโทร. 02 618 2323

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด