จำนวนผู้เข้าชม 36,509,422

กรมศิลป์ฯ เตรียมสำรวจปราสาทแนวชายแดนขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน บูรณะปราสาทตาควาย

สืบเนื่องจากกรณีที่ทางการกัมพูชาได้ยื่นหนังสือประท้วงเพื่อให้ฝ่ายไทยระงับการบูรณะ ปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือน โดยอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของ ทางกระทรวงวัฒนธรรมจึงได้มอบหมายให้กรมศิลปากรเร่งดำเนินการสำรวจและเตรียมการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานเหล่านี้โดยทันที เพื่อปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

สำหรับสถานะทางประวัติศาสตร์และข้อกฎหมายนั้น กลุ่มปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาเมือนโต๊ดได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 และได้รับการบูรณะจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปี พ.ศ. 2533 ถึง 2539 โดยไม่มีการทักท้วงจากทางการกัมพูชา ในส่วนของปราสาทตาควายซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์นั้น กรมศิลปากรร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนได้ทำการสำรวจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ถึง 2545 ในห้วงเวลานั้นไม่ปรากฏกองกำลังทหารกัมพูชาในพื้นที่ และตัวปราสาทยังคงสภาพสมบูรณ์ กรมศิลปากรจึงได้บรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อโบราณสถานที่รอการขึ้นทะเบียน

กรมศิลป์ฯ เตรียมสำรวจปราสาทแนวชายแดนขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน บูรณะปราสาทตาควาย

ความจำเป็นในการเร่งบูรณะปราสาทตาควายในปัจจุบัน เกิดจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนในอดีต ซึ่งกองกำลังฝ่ายกัมพูชาได้ละเมิดหลักการสากลโดยใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานที่มั่นทางการทหาร การกระทำดังกล่าวส่งผลให้โครงสร้างของตัวปราสาทได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชายังได้วางทุ่นระเบิดไว้เป็นจำนวนมากบริเวณตัวปราสาทและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าไปปฏิบัติงาน ทางการไทยจึงต้องประสานความร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเข้าพื้นที่ประเมินความเสียหายและเตรียมการบูรณะเป็นการด่วน

ด้านแผนการบูรณะซ่อมแซมปราสาทตาควายนั้น กรมศิลปากรได้กำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินการไว้ 2 ปี โดยจะเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2570 และคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่เกิน 20 ล้านบาท แผนการปฏิบัติงานประกอบด้วยการสำรวจพื้นที่โดยละเอียด การขุดแต่งรอบปราสาทเพื่อเก็บข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และการเสริมความมั่นคงแข็งแรงของฐานราก หลังจากนั้นจะดำเนินการรื้ออิฐและเรียงหินที่พังทลายลงมา โดยจัดทำสัญลักษณ์บนหินทุกก้อน เพื่อเตรียมประกอบคืนสู่ตัวปราสาทในปี 2571 ทั้งนี้ การบูรณะจะใช้เทคนิคการนำอิฐเก่าที่ยังใช้ได้ประมาณร้อยละ 40 ถึง 50 มาผสานเข้ากับอิฐใหม่ โดยจะดำเนินการให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างวัสดุเก่าและใหม่

และนอกจากโครงการบูรณะปราสาทตาควายแล้ว กรมศิลปากรยังมีแผนเตรียมการจัดทำแผนขึ้นทะเบียนโบราณสถานตามแนวชายแดนอีสานใต้เพิ่มเติมอีกประมาณ 30 แห่ง เพื่อปกป้องและอนุรักษ์ให้เป็นมรดกของชาติต่อไป

  หน่วยงานที่ตรวจสอบ

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด