Anti-Fake News Center Thailand ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
จำนวนผู้เข้าชม886,104

“2 แชะ อัตลักษณ์ ” จดทะเบียนซิมการ์ดเพื่อใช้เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ข่าวปลอม สร้างความปั่นป่วน อย่าแชร์

วันที่ 9 ธ.ค. 2562 11:09 น.

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับกรณีที่มีผู้เผยแพร่ข้อความในสื่อออนไลน์ กรณี ” โครงการ 2 แชะ อัตลักษณ์ ” จดทะเบียนซิมการ์ดเพื่อใช้ก่อวินาศกรรมในพื้นที่ภาคใต้ นั้นทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อดังกล่าวนั้น เป็น ข้อมูลเท็จ

ตามเนื้อหาที่ได้มีการเผยแพร่บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการลงทะเบียนซิม หรือโครงการ 2 แชะ อัตลักษณ์ จดทะเบียนซิมการ์ดเพื่อใช้เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ และกำลังเป็นกระแสนั้น แท้จริงแล้วทาง กสทช. ได้มีการเปิดให้ลงทะเบียนทั่วประเทศ รวมถึงทางภาคใต้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีให้บริการกว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศ

ตามข้อเท็จจริง จากการเผยแพร่ข้อเท็จจริงของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.  พบว่า เนื่องจากประเทศไทยมีการใช้โทรศัพท์มือถือมากถึง 100 ล้านเลขหมาย โดยเป็นการใช้ซิมแบบเติมเงิน (Prepaid) 90 ล้านเลขหมาย และส่วนใหญ่ไม่ลงทะเบียนซิม ทำให้เกิดช่องทางในการนำเอาซิมไปใช้ในทางที่ผิดและเป็นอันตรายต่อสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นการใช้โทรศัพท์ในการข่มขู่ หลอกลวง ซื้อขายยาเสพติด จุดระเบิด จนนำไปสู่ความเสียหายต่อชีวิตแลทรัพย์ของประชาชน และความมั่นคงของประเทศ และไม่สามารถหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ และในแง่มุมของการใช้บริการ การไม่ลงทะเบียนซิม ทำให้ผู้ใช้บริการเกิดความยุ่งยากในการเรียกร้องสิทธิต่างๆ เช่น การเรียกคืนเงินเมื่อเลิกใช้บริการ และการป้องกันปัญหาผู้แอบอ้างนำหมายเลขของเราไปใช้บริการ เป็นต้น

สำนักงาน กสทช. จึงเล็งเห็นความจำเป็นต้องแก้ไขดังกล่าว โดยได้ออกมาประกาศขีดเส้นตายให้มีการลงทะเบียนซิมแบบเติมเงิน ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมานั้น หากพ้นกำหนดจะไม่สามารถโทรออกหรือใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ แต่จะสามารถรับสาย และรับ SMS/MMS ได้เท่านั้นในระยะเวลาหนึ่งก่อนมีการยุติการให้บริการ อย่างไรก็ตามจะโทรออกเบอร์ฉุกเฉินได้ เช่น แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย อัคคีภัย และเรียกรถพยาบาล เป็นต้น

อ่านข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ คลิก http://sim.nbtc.go.th/why.php

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ

 

ขอบคุณที่มา : กสทช.

แท็ก #ข่าวปลอม #อย่าแชร์