Anti-Fake News Center Thailand ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
จำนวนผู้เข้าชม2,115,649

ข่าวบิดเบือน อย่าแชร์! ภูเก็ตอ้าแขนรับนักท่องเที่ยว 400 คน จากประเทศกลุ่มเสี่ยง แต่บังคับตรวจไข้ทุกวัน

วันที่ 17 มี.ค. 2563 16:55 น.

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ภูเก็ตอ้าแขนรับนักท่องเที่ยว 400 คน จากประเทศกลุ่มเสี่ยง แต่บังคับตรวจไข้ทุกวัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น มีข้อมูลบิดเบือน

ทางศูนย์ได้รับแจ้งเรื่องจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ว่ามีเฟซบุ๊กแฟนแพจแห่งหนึ่ง โพสต์ข้อความที่ให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน

1. ข่าวการประชุมนี้ ผู้ว่าฯมอบให้กับรองผู้ว่าฯเป็นคนให้สัมภาษณ์ แต่ในเนื้อหา ระบุ ว่า ผู้ว่า เป็นคนให้สัมภาษณ์

2. เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้ประกาศปิดเมืองหรือปิดสนามบินเมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาที่สนามบิน ทางจังหวัดได้ดำเนินการไปตาม พ.ร.บโรคติดต่อพ. ศ.2558 อย่างเข้มข้น แต่เนื้อข่าว ใช้คำว่า ” อ้าแขนรับ ” มีความหมายในเชิงลบ และส่งผลกระทบต่อจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทำให้ประชาชนที่อ่านพาดหัวข่าว ดังกล่าวคิดว่าเป็น นโยบายของผู้ว่า จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด

จึงขอแจงให้ทราบถึงข้อเท็จจริงตามข้อความต่อไปนี้ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานคณะกรมการโรคติตต่อจังหวัตภูเก็ตครั้งที่ 4/2563 โดยมีคณะกรรมการ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงเพื่อหารือ และวางแนวทางในการดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดของของเชื้อ COVID-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตให้เป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาลกำหนดและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ซี่งหลังการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและสังคม ได้มีการแถลงข่าวความคืบหน้า เกี่ยวกับแนวทางในการกักตัวนักท่องเที่ยว ที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งนโยบายและมาตรการ ต่างๆของรัฐบาล ซึ่งมี รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ที่เป็นแนวทางปฏิบัติในการควบคุมโรคในกลุ่มผู้ที่เดินทางมาจาก ท้องที่ หรือเมืองที่มีการแพร่ระบาด และการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติได้กำหนด และจังหวัดจะต้องดำเนินการใน 2 ประเด็นดังนี้ คือ

  1. นักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง คือกลุ่มประเทศที่มีการติดต่ออย่างร้ายแรง โดยมี 4 ประเทศประกอบด้วย ได้แก่สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมเขตปกครองพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า เกาหลีใต้ อิตาลี และอิหร่าน บุคคลที่เป็นนักท่องเที่ยว หรือคนไทย ที่เดินทาง จาก 4 ประเทศเหล่านี้ จะต้องให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ประจำด่านควบคุมโรค ระหว่างประเทศ เป็นผู้ออกคำสั่ง ตามมาตรา 40 ของพระราชบัญญัติควบคุมโรค พ.ศ. 2558 ให้ดำเนินการกักตัว บุคคลดังกล่าวไว้ ณ ที่พำนักของบุคคลนั้น เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน หมายถึงกรณีเป็นนักท่องเที่ยวเข้าพักที่โรงแรมก็จะดำเนินการกักตัวที่โรงแรมกรณีที่เป็นคนไทยก็จะดำเนินการกักตัวที่บ้าน
  2. กลุ่มที่เดินทางมาจากประเทศ ที่มีการระบาด ต่อเนื่อง มีทั้งสิ้นจำนวน 11 ประเทศประกอบด้วย ฝรั่งเศษ สเปน อเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ญี่ปุ่น เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สวีเดน อังกฤษ เยอรมนี เจ้าพนักงานควบคุมโรค ติดต่อประจำด่าน ควบคุมโรคระหว่างประเทศ จะดำเนินการแจ้งไปยัง เจ้าพนักงานควบคุมโรค ติดต่อภายในพื้นที่ ซึ่งหมายถึง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หรือผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอในพื้นที่ ให้ดำเนินการคุมตัวไว้เพื่อสังเกตอาการ เป็นระยะเวลา 14 วัน โดยการสังเกตอาการ จะให้พักอาศัยที่โรงแรมหรือที่บ้าน ทั้งนี้การกักเพื่อดูอาการจะมีเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ ไปตรวจเยี่ยมเพื่อดูอาการและวัดไข้อุณหภูมิ ทุกวัน และจะมีการเก็บบันทึกข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ เป็นการควบคุมเพื่อสังเกตอาการนั่นเอง

นอกจากนั้นรองผู้ว่าฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาจาก 4 ประเทศ และ 6 ประเทศ ทั้ง 2 กลุ่ม ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีประมาณ 400 ราย ได้พักตามโรงแรม และที่พักอื่นๆ ซึ่งจังหวัดได้ทำการเก็บข้อมูลที่อยู่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ในทางปฏิบัตินักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวจะต้องดำเนินการกรอกแบบฟอร์มข้อมูล ที่ด่านควบคุมโรคติดต่อ ประจำท่าอากาศยาน ซึ่งด่านควบคุมโรคติดต่อประจำท่าอากาศยานจะดำเนินการจัดส่งเอกสารข้อมูลดังกล่าวให้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เพื่อจะได้รู้ที่อยู่ที่ชัดเจน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะได้ไปติดตามตรวจดูอาการอย่างใกล้ชิด และขอยืนยันว่าจากการตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิของนักท่องเที่ยวทั้ง 400 ราย ไม่มีอุณหภูมิไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส และไม่มีลักษณะอาการที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค คือไม่มีอาการน้ำมูกไหล เหนื่อยหอบ และอาการไอ จาม จึงไม่ต้องเข้าเกณฑ์ ทั้งนี้หากเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคจะมีการกักตัวไว้ ที่โรงพยาบาลเพื่อจะดำเนินการตรวจเช็คโดยเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง ส่งตรวจ สอบที่ห้องแล็ปต่อไป

สำหรับมาตรการล่าสุดของทางรัฐบาล ได้กำหนดให้ ผู้ถูกกักตัวกลับไป กักตัวที่บ้านของตนเองได้ ในส่วนของผู้ที่อาจจะถูกส่งมาจากส่วนกลางเพิ่มเติม ทางจังหวัดภูเก็ตได้ประสานกับสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตดำเนินการรับตัวหากมี เพื่อส่ง ไปยังที่พำนัก ของตนเอง เช่นที่บ้าน โดยจะไม่มา อยู่ในสถานที่ที่จังหวัดเตรียมไว้

นอกจากนั้น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตกล่าวถึงมาตรการในการดูแลนักท่องเที่ยวจำนวน 400 รายที่เข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่า ในกลุ่มของนักท่องเที่ยวทั้ง 400 รายซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ 1 คือกลุ่ม 4 ประเทศที่มีการติดต่อของโรคอย่าง ร้ายแรงจะดำเนินการกักตัว ในโรงแรมหรือที่พัก 14 วัน โดยจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดแนวทางในการดำเนินการ หารือกับภาคประชาชน ธุรกิจโรงแรม ทั้ง 6 สมาคม ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อประสานงาน วางมาตรการอย่างเข้มข้น ในการที่จะร่วมกันเฝ้าระวัง และป้องกัน การแพร่ระบาด ไวรัส COIVD-19 โดยมีภาคประชาชน เข้ามาเป็นแนวร่วม จัดเก็บข้อมูล จะมีส่วนช่วยในการควบคุมอย่างเข้มข้นมากขึ้น สำหรับในกลุ่มที่ 2 คือกลุ่ม 6 ประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง จะไม่มีการกักตัวแต่จะทำความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อดำเนินการตรวจวัดไข้ทุกวัน พร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่เหมาะสม เป็นสถานที่เปิดมีอากาศถ่ายเท เช่นชายหาด และแนะนำหลีกเลี่ยงไม่ให้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่แออัด ที่จะเกิดความเสี่ยงเช่นผับบาร์ โดยจะหารือกับภาคเอกชนเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อไป

ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต สามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก ปชส. จังหวัดภูเก็ต หรือโทร. 076 216118

หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต

แท็ก #AFNC #AFNCThailand #COVID-19 #ข่าวบิดเบือน #นักท่องเที่ยว #โควิด-19